เปิดตัวทางการ! “ซาร่า” ย้ายร่วมทีม “เฟเนร์บาห์เช่”

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9zcc8wl3vklzuzlzi2oda2ns9mzw5uzw5lbmvuymf6zs5qcgc“ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ ตัวเซตมือหนึ่งทีมชาติไทย ย้ายไปเล่นให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก สโมสรดังในลีกตุรกี เป็นที่เรียบร้อย จากการประกาศของเว็บไซต์สโมสร

นุศรา ต้อมคำ เพิ่งจะพา อาเซอร์เรล บากู ต้นสังกัดในลีกอาเซอร์ไบจาน ผงาดคว้าแชมป์ลีกฤดูกาล 2015-16 มาครอง แถมยังคว้าตำแหน่งมือเซตยอดเยี่ยมมาครองได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังเมื่อซีซั่นก่อนลงเล่นให้กับ ราบิตา บากู ก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีก พร้อมกับคว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยม คือ ผู้เล่นทรงคุณค่า, มือเซตยอดเยี่ยม และเสิร์ฟยอดเยี่ยม อีกด้วย

ซึ่ง นักตบสาวทีมชาติไทยวัย 30 ปี ที่ตัดสินใจย้ายไปเล่นให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก ถือเป็นผู้เล่นเอเชียคนที่สอง ต่อจาก คิม ยอน-คอง กัปตันทีมวอลเลย์บอลหญิงเกาหลีใต้ ที่ย้ายไปเล่นตั้งแต่ปี 2011 จนถึงปัจจุบัน

สาวใจดีช่วยหนุ่มเกิดอุบัติเหตุนอนหนาวข้างทางรอดตายหวุดหวิด

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxmy8ymdy1nzqyl2zhc2yuanbn

โลกออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวสุดประทับใจเมื่อหญิงสาวตัดสินใจลงไปช่วยหนุ่มรายหนึ่งหลังประสบอุบัติเหตุรถล้มข้างทาง ร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครสนใจท่ามกลางฝนตกและอากาศที่หนาวเย็น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ริมถนนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน หญิงสาวใจดีคนนี้ขับรถผ่านมาเจอหนุ่มนิรนามร้องขอความช่วยเหลือริมถนนหลังรถมอเตอร์ไซต์เกิดอุบัติเหตุรถล้มข้างทางจึงพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือให้พาไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งต้องแรกหญิงสาวใจดีไม่กล้าจะจอดรถและไปช่วยคนเจ็บอย่างทันทีเนื่องจากกลัวว่าอาจเป็นโจรผู้ร้ายหลอกมาดักปล้นหรือเปล่า

หญิงสาวรายนี้จึงให้แฟนโทรศัพท์ในรถเพื่อเรียกรถพยาบาลให้มารับและทำการช่วยเหลือ ระหว่างที่รอเห็นอาการคนเจ็บดูท่าทางเจ็บจริง หญิงสาวใจดีพร้อมแฟนจึงตัดสินใจลงไปช่วยถามอาการและช่วยโทรหาแม่คนเจ็บให้

ซึ่ง ณ ตอนนั้นคนเจ็บมีอาการหนาวสั่นมาก จากที่ฝนตกลงมาและตะโกนขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครสนใจ ถ้าปล่อยทิ้งไว้คงมีสิทธิ์หนาวตายแน่ๆ โชคดีที่ตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ชาวเน็ตต่างเข้ามาชื่นชมหญิงสาวรายนี้เป็นจำนวนมากที่ให้การช่วยเหลือหนุ่มบาดเจ็บรายนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ถ้าเจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ควรมีสติโทรหาตำรวจหรือหน่วยกู้ชีพก่อน และดูให้แน่ใจก่อนว่าคนเจ็บเกิดอุบัติเหตุจริงๆหรือป่าว ที่สำคัญเมื่อเห็นคนเจ็บควรให้ความช่วยเหลือ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ข้างทางและทุกครั้งต้องมีสติช่วยเหลืออย่างรอบคอบ

หนุ่มจีนน่าทึ่ง! หยั่งรู้ได้ใต้ฝาเครื่องดื่มขวดไหน มีรางวัลซ่อนอยู่

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxmy8ymdy1otu4l25ld3mwmy5qcgc

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า นักศึกษาหนุ่มชาวจีนได้หอบเอาฝาขวดเครื่องดื่มที่มีรางวัลใต้ฝา นำไปแลกรางวัลกับร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเป็นจำนวนหลายฝา ทำติดต่อกันมาเกือบ 300 ครั้งแล้ว โดยใช้ความสามารถที่ผู้อื่นต้องประหลาดใจพนักงานหญิงประจำร้านค้าแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ตั้งแต่เธอทำงานที่ร้านแห่งนี้มาหลายปี ยังไม่เคยพบเห็นใครโชคดีเท่ากับชายหนุ่มคนนี้ ที่มักจะได้รับรางวัลจากการเสี่ยงโชคใต้ฝาเครื่องดื่ม เพื่อนำมาแลกรางวัลเล็กๆผู้สื่อข่าวได้ตามหาชายคนดังกล่าว พบว่าเขายังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองเจิ้งโจว เดิมที่บ้านของเขาทำธุรกิจเปิดร้านซูเปอร์มาร์เก็ตประจำหมู่บ้าน ทำให้เขาเติบโตมากับสินค้าและของชำต่างๆ นานามาตั้งแต่เกิดเขาเล่าว่า เมื่อตอนเขาอายุราวๆ 10 กว่าขวบ เขาเริ่มชอบดื่มเครื่องดื่มชนิดต่างๆ เข้าขั้นเสพติดเครื่องดื่มเลยก็กว่าได้ แล้วก็เริ่มสังเกตวิเคราะห์ลักษณะของขวดเครื่องดื่มมาเป็นเวลาอย่างนาน กระทั่งปัจจุบันเขาสามารถชี้บอกได้ว่า เครื่องดื่มขวดไหนถูกรางวัล เขาจึงเริ่มเก็บสะสมฝาขวดเครื่องดื่มที่ได้รางวัลเหล่านั้น เพื่อนำมาแลกเงินรางวัลเกือบ 300 ครั้งแล้ว

คาด “พายุราอี” เข้าไทยทางมุกดาหาร-อุบลฯ คืนนี้ เตือนเหนือ-อีสาน รับมือ

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxmy8ymdy1otkwl2z2zmrkzmiuanbn

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “พายุโซนร้อน “ราอี” (Rai) บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง” ฉบับที่ 11 ระบุว่า เวลา 08.30 น.ของวันนี้ (13 ก.ย.59 ) พายุโซนร้อน “ราอี” (Rai) ได้เคลื่อนขึ้นชายฝั่งทางตอนล่างของเมืองดานัง ประเทศเวียดนามแล้ว และได้เคลื่อนผ่านบริเวณประเทศลาวตอนกลาง

มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 250 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของจังหวัดอุบลราชธานี หรือที่ ละติจูด 16.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กม.ต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็ว 20 กม.ต่อชั่วโมง

คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าประเทศไทยบริเวณจ.มุกดาหาร และอุบลราชธานี ในคืนนี้ (13 ก.ย. 59) โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับหลัง จากนั้นจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในระยะต่อไปลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยองจันทบุรี ตราด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2559 นี้ และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

คู่มือชาวบ้าน ป้องกัน ไข้หวัด2009

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกคำแนะนำเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ฉบับที่ 8 สำหรับประชาชนทั่วไป ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

ปัจจุบันการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช 1 เอ็น 1) ได้แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว โดยโรคมีความรุนแรงปานกลาง ประเทศไทยส่วนใหญ่พบในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และมีรายงานมากกว่า 60 จังหวัดแล้ว ขณะนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา รองมาเป็นคนวัยทำงาน

คำแนะนำทั่วไป

ประชาชนทุกคนควรมีความรู้ความเข้าใจโรคที่ถูกต้อง ไม่ตื่นตระหนก รู้วิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ โดยการติดตามข้อมูลคำแนะนำต่างๆ จากกระทรวงสาธารณสุข รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารมีประโยชน์ ผัก ผลไม้ ไข่ นม นอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง หมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และฝึกนิสัยไม่ใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา หรือจับต้องใบหน้า ถ้าจำเป็นควรใช้กระดาษทิชชูจะปลอดภัยกว่า ดูแลตนเองหรือคนในครอบครัวที่ป่วยได้ และป้องกันไม่แพร่เชื้อให้คนรอบข้าง โดยการหยุดเรียน หยุดงาน ปิดปากจมูกเวลาไอจามด้วยกระดาษทิชชู สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น และหมั่นล้างมือบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด และลดผลกระทบด้านต่างๆ ได้มากที่สุด

     เล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์กับเว็บเว็บไซต์ชั้นนำ กับเรา clubvegas999 ได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น sbobet , แทงบอล ibcbet , พนันกีฬาออนไลน์ m8bet และบริการอื่นๆ อีกมากมาย ที่เว็บไซต์ starvegas-slot.com

ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ จะมีอาการป่วยใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่เกิดขึ้นทุกปี คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล เบื่ออาหาร บางรายอาจมีอาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย มีรายงานอาการสมองอักเสบ 4-5 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (95%) จะมีอาการทุเลาขึ้นตามลำดับ คือ ไข้ลดลง ไอน้อยลง รับประทานอาหารได้มากขึ้น และหายป่วยภายใน 5-7 วัน จึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ผู้ป่วยน้อยราย (5%) ที่มีอาการป่วยรุนแรงซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต คือ ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน ซึม หรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้ ไอมากจนเจ็บหน้าอก เกิดปอดบวม (หายใจถี่ หอบ เหนื่อย) นั้น พบว่า ส่วนใหญ่ (70%) เป็นกลุ่มผู้ที่มีภาวะเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ โรคเลือด ไต เบาหวาน ฯลฯ) ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ (โรคมะเร็ง ฯลฯ) โรคอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หญิงมีครรภ์

อย่างไรก็ตาม มีส่วนหนึ่ง (30%) ที่มีอาการรุนแรง แต่ไม่สามารถสอบสวนหาภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงและผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง จึงต้องรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ทันที

การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงที่บ้าน

หากผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ไม่สูงมาก ตัวไม่ร้อนจัด ไม่ซึมหรืออ่อนเพลียมาก และพอรับประทานอาหารได้ สามารถดูแลรักษาตัวที่บ้านได้ โดยปฏิบัติดังนี้

  • ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน และพักอยู่กับบ้านหรือหอพัก ไม่ออกไปนอกบ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันหลังวันเริ่มป่วย หรือหลังจากหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ
  • แจ้งสถานศึกษาหรือที่ทำงานทราบ เพื่อจะได้เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และป้องกันควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที
  • ให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (ห้ามใช้ยาแอสไพริน) และยารักษาตามอาการ เช่น ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ตามคำแนะนำของเภสัชกร หรือสถานบริการทางการแพทย์ หรือคำสั่งของแพทย์
  • ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาปฏิชีวนะ ยกเว้นพบเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ต้องรับประทานยาให้หมดตามที่แพทย์สั่ง
  • เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำสะอาดอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะ โดยการเช็ดแขนขาย้อนเข้าหาลำตัว เน้นการเช็ดลดไข้บริเวณหน้าผาก ซอกรักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขนขา และใช้ผ้าห่มปิดหน้าอกระหว่างเช็ดแขนขา เพื่อไม่ให้หนาวเย็นจนเสี่ยงเกิดปอดบวม หากผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่น ต้องหยุดเช็ดตัว และห่มผ้าให้อบอุ่น
  • ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มากๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด
  • พยายามรับประทานอาหารอ่อนๆ รสไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก และผลไม้ให้พอเพียง
  • นอนพักผ่อนมากๆ ในห้องที่อากาศไม่เย็นเกินไป และมีอากาศถ่ายเทสะดวก

หากอาการป่วยรุนแรงขึ้น เช่น ไข้ไม่ลดลงภายใน 3 วัน ซึมหรืออ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารไม่ได้ ไอมากจนเจ็บหน้าอก เกิดปอดบวม (หายใจถี่ หอบ เหนื่อย) ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

การแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นๆ ในบ้าน

  • ผู้ป่วยควรนอนแยกห้อง ไม่ออกไปนอกห้องจนกว่าจะหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 1 วัน เพื่อให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ
  • รับประทานอาหารแยกจากผู้อื่น หากอาการทุเลาแล้ว อาจรับประทานอาหารร่วมกันได้ แต่ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ร่วมกับผู้อื่น
  • ปิดปากจมูก เวลาไอ จาม ด้วยกระดาษทิชชู แล้วทิ้งทิชชูลงในถังขยะ และทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำและสบู่หรือบ่อยๆ
  • ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นด้วยการสวมหน้ากากอนามัย
  • ผู้ดูแลผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย
  • คนอื่นๆ ควรอยู่ไกลจากผู้ป่วยประมาณ 1-2 เมตร หรืออย่างน้อยประมาณหนึ่งช่วงแขน

แหล่งข้อมูลการติดต่อเพื่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

1.กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ กองควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 0-2245-8106, 0-2246-0358 และ 0-2354-1836

2.ต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง

แอน สิเรียม วาดลวดลายนางแบบ โพสชิคๆ ในชุดว่ายน้ำ

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxmy8ymdy1otq3lziuanbn

เพราะดูแลสุขภาพรูปร่างของตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจึงทำให้เธอดูดีตลอดเวลาสำหรับสาวคนนี้ แอน สิเรียม ต้องบอกว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีโครงหน้าและหุ่นของเธอยังเป๊ะปังเหมือนเดิม

ล่าสุด แอน สิเรียม ขอยืนโพสท่าชิคๆ ในชุดว่ายน้ำสีแดงเพลิงลงบนอินสตาแกรม เรียกว่าหุ่นยังลู่ลมไว้ลายนางแบบเก่าจริงๆ

งานนี้สาวๆ คงต้องไปฝึกแบบที่สาวแอนเขาทำนั่นเอง ออกกำลังเป็นประจำเพื่อความฟิตและเฟิร์มของกล้ามเนื้อนะจ๊ะ

เพื่อนเจ้าสาวซดเหล้าหนักฉลองวิวาห์ ช็อกดับกลางงานแต่ง

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxmy8ymdy1odk0l3zkc3zzlmpwzw

สำนักข่าวประเทศจีนได้เผยแพร่ภาพจากคลิปวีดิโอหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากบนโลกออนไลน์ของจีน วีดีโอดังกล่าวถูกบันทึกไว้เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองเหวินชาง มณฑลไห่หนาน ประเทศจีนเป็นภาพเพื่อนเจ้าสาวคนหนึ่งอายุ 28 ปี สวมชุดกระโปรงสีดำกำลังกระดกเหล้าขาวในแก้วอย่างบ้าคลั่ง ข้างๆเป็นชายหนุ่มกำลังกระดกเหล้าขาวอยู่เช่นเดียวกัน โดยเธอดื่มแบบครั้งเดียวหมดแก้วใหญ่ ชายหนุ่มข้างๆอีกคนจึงได้หยิบขวดเหล้าขึ้นมาซดจนหมดครั้งเดียวเหมือนกัน หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที เธอก็มีอาการเมาหนักจนทรงตัวไม่อยู่ล้มลงไปกับพื้น อาเจียนไม่หยุดแล้วหมดสติไป ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างทั้ง 2 คน จึงได้ประคองเธอขึ้นมาอย่างทุลักทุเลแล้วนำตัวส่งโรงพยาบาลตามรายงานของแพทย์ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเมืองเหวินชางระบุว่า หลังจากเพื่อนๆของเธอนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาประมาณ 15:00 น. แพทย์พบว่าเธอมีการหมดสติและไม่หายใจ จึงได้พยายามช่วยชีวิตเธออย่างเต็มที่แต่หลังจากพยายามอยู่นาน 40 นาที ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเธอไว้ได้ โดยแพทย์ระบุว่าเพราะมีปริมาณแอลกอฮอร์ในร่างกายสูง ทำให้เกิดอาการอาเจียนอย่างหนักจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้หายใจไม่ออกเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตซึ่งหลังจากคลิปวีดิโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นอย่างมาก และขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเหวินชาง

โรคปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบ

โรคปอดอักเสบ (นิวโมเนีย-Pneumonia) หรือ “โรคปอดบวม” เป็นโรคที่อันตรายและพบว่าที่ป่วยเป็นโรคนี้มากในช่วงฤดูฝน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคต่ำ โดยมากจะพบกับผู้ป่วยที่เคยมีอาการไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอมซิลอักเสบ หัด อีสุกอีใส ไอกรน ฯลฯ อยู่แล้ว แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอันตรายเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายอื่นๆ แทรกตามมา เช่น ฝีในปอด มีหนองในช่องหุ้มปอด, ปอดแฟบ, หลอดลมพอง, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ, เยื่อบุช่องท้องอักเสบ, ข้ออักเสบเฉียบพลัน, โลหิตเป็นพิษ ที่สำคัญคือภาวะขาดออกซิเจนและภาวะขาดน้ำ ซึ่งถ้าพบในเด็กเล็กและคนแก่ อาจจะทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

สาเหตุ

โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดมาจาก การติดเชื้อ เช่น เชื้อแบคทีเรีย (ไข้หวัดใหญ่ หัด และอีสุกอีใส ) เชื้อรา และสารเคมี ฯลฯ โดยเชื้อโรคจะแพร่กระจายโดยการไอ จาม หรือหายใจรดกัน การสำลักเอาสารเคมีหรือเศษอาหารเข้าไปในปอด การแพร่กระจายของเชื้อไปตามกระแสเลือด เช่น การฉีดยา ให้น้ำเกลือ การอักเสบในอวัยวะส่วนอื่น เป็นต้น

อาการ

มีไข้ขึ้นสูงประมาณ 39 – 40 องศาเซลเซียส และอาจมีอาการจับไข้ตลอดเวลา หนาวสั่นหายใจเร็วแต่ถี่ๆ(หอบ) หน้าแดง ริมฝีปากแดง ลิ้นเป็นฝ้า ในระยะแรกอาจมีอาการไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ แต่ต่อมาเสมหะมีสีขุ่นข้นออกเป็นสีเหลือง สีเขียวหรือมีเลือดปน ส่วนอาการที่พบในเด็กโตและผู้ใหญ่นั่น อาจมีอาการเจ็บแปล๊บในหน้าอกเวลาหายใจเข้า หรือเวลาไอแรงๆ บางครั้งอาจมีอาการปวดร้าวไปที่หัวไหล่ สีข้าง หรือท้องด้วย ในเด็กเล็กอาจมีอาการปวดท้องท้องอืด ท้องเดิน อาเจียน กระสับกระส่าย หรือชัก ถ้าเป็นมากๆ อาจมีอาการตัวเขียว ริมฝีปากเขียว ลิ้นเขียว และเล็บจะเริ่มกลายเป็นสีเขียว

การรักษา

1.สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มเป็น ยังไม่มีอาการหอบให้ดื่มน้ำมากๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเวลามีไข้สูง ให้ยาลดไข้และยาปฏิชีวนะ ถ้าอาการดีขึ้นใน 3 วัน ควรให้ยาปฏิชีวนะต่อไปอีก 1 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นหรือกลับมีอาการหอบควรไปโรงพยาบาล

2.ถ้ามีอาการหอบ หรือสงสัยว่ามีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ รีบให้ยาปฏิชีวนะ แล้วส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ควรให้น้ำเกลือระหว่างเดินทางไปด้วย

โรคไข้ฉี่หนู (Leptospirosis)

โรคไข้ฉี่หนู (Leptospirosis)
เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นเกลียวมีชื่อว่า Leptospirosis จึงเรียกชื่อโรคนี้ว่าเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เชื้อนี้ทำให้เกิดโรคในคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว สุกร โค กระบือ ม้า แพะ แกะ ฯลฯ และที่สำคัญคือหนู แต่สัตว์ต่างๆ อาจไม่แสดงอาการป่วย

การติดต่อ

ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยสัตว์ที่เป็นโรคนี้จะขับถ่ายเชื้อโรคออกมากับปัสสาวะ เชื้อจะอาศัยอยู่ในดินที่ชื้นแฉะหรือมีน้ำขัง และเข้าสู่คนทางผิวหนังอ่อน เช่น ซอกนิ้วมือและเท้า บาดแผลหรือเยื่อเมือก ดังนั้นมักจะพบโรคนี้ในคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์ เช่น สัตวบาล เกษตรกร และผู้มีอาชีพสัมผัสกับน้ำหรือคนที่ย่ำน้ำในที่น้ำท่วมขังนานๆ

อาการ

คนที่ได้รับเชื้ออาจมีหรือไม่มีอาการ ในผู้ที่มีอาการมักแสดงหลังจากได้รับเชื้อ 2-3 วัน จนถึง 2-3 สัปดาห์ อาการที่สำคัญ คือ มีไข้ ปวดศีรษะ ตาแดง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่อง ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการแทรกซ้อน คือ ตัวเหลือง ตาเหลือง ไตวาย หรืออาการทางสมองและระบบประสาท และอาจถึงตายได้ (อัตราการตายอาจสูง ถึงร้อยละ 10 –40)

การรักษา

โรคนี้หากรักษาตั้งแต่ระยะแรกๆ โดยใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะโรคได้ผลดีกว่าปล่อยให้มีอาการรุนแรงแล้วจึงรักษา เนื่องจากอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาใช้เอง เพราะอาจเป็นอันตรายจากการแพ้ยา หรือใช้ยาที่ไม่ถูกต้องได้ ดังนั้นควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง

การป้องกัน

ไม่เดินย่ำหรือแช่น้ำอยู่ในที่ท่วมขัง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้ป้องกันการสัมผัสน้ำโดยใช้ รองเท้าบู้ทยาง ถุงมือยาง เป็นต้น ควรฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง เพื่อไม่ให้เป็นรังโรค กำจัดหนู และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู

ระวัง โรคร้ายหน้าฝน

ระวัง โรคร้ายหน้าฝน
พึงระวัง โรคร้ายหน้าฝน (Health Plus)

แต่ละฤดูกาลมักมีโรคประจำฤดูให้เราต้องระมัดระวังอยู่เสมอ ยิ่งยามนี้ฤดูกาลเกิดปรวนแปรอันมีสาเหตุจากภาวะโลกร้อน โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็พัฒนาสายพันธุ์ตาม ก่อเกิดโรคใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะยากต่อการรับมือและการดูแลตัวเองอยู่บ้าง เราจึงจำเป็นต้องหาทางป้องกันเอาไว้ก่อน

1.โรคไข้สมองอักเสบ

เกิดจากการอักเสบของเนื้อสมองทั่วๆ ไปหรือเฉพาะบางส่วนจากเชื้อไวรัส เนื่องจากสมองอยู่ติดกับเยื่อหุ้มสมองจึงอาจพบการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองร่วมกับการอักเสบของสมองด้วยได้ เมื่อเป็นแล้วมีอัตราการตายสูง หากรอดชีวิตมักมีความพิการหรือผิดปกติทางสมองตามมา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งจะแตกต่างไปตามภูมิภาคต่างๆ ของโลก สภาวะอากาศฤดูกาล โอกาสในการสัมผัสกับสัตว์นำโรค และภูมิต้านทานของผู้ป่วย

อาการ

มี 2 ลักษณะ คือติดเชื้อเฉียบพลัน มีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร กลัวแสง คอแข็ง ชัก พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงภายในเวลา 1 สัปดาห์ กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่เป็นเรื้อรังอาการแสดงจะค่อยเป็นค่อยไป อาจมีไข้หรือไม่ก็ได้ โรคไข้สมองอักเสบยังไม่มียาเฉพาะรักษา เป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการ

การป้องกัน

1.หลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด ยุงนี้จะกัดเวลาพลบค่ำ

2.ไม่ควรเลี้ยงหมูในบริเวณใกล้บ้านที่อยู่อาศัย

3.ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน แล้วฉีดเพิ่มอีก 1 ครั้งหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ได้ 1 ปี ควรจะเริ่มให้วัคซีนนี้เมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง